กฎบัตรกรรมการตรวจสอบ

วัตถุประสงค์
คณะกรรมการตรวจสอบ คือ คณะอนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการของบริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต่อไปเรียกว่า “EP” เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติของคณะกรรมการ EP ในการกำกับการปฏิบัติงานของกลุ่ม EP ให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผล รวมถึงรายงานทางการเงินมีความถูกต้องและเชื่อถือได้มีการปฏิบัติตามที่กฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ของทางการที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและเพิ่มมูลค่ากิจการให้แก่กลุ่มบริษัทEP และบริษัทย่อย อย่างยั่งยืนในด้านต่าง ๆ ดังนี้
       1.1 การกำกับดูแลการดำเนินกิจการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และนโยบายทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท EP
       1.2 การปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท EP
       1.3 การจัดการและควบคุมความเสี่ยงทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท EP
       1.4 การจัดทำรายงานทางการเงินและการเลือกใช้นโยบายบัญชีที่ถูกต้อง เหมาะสม เชื่อถือได้
       1.5 การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในมีประสิทธิภาพเพียงพอเหมาะสม
       1.6 การทำรายการระหว่างกัน รายการได้มา/จำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญ และรายการอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับกลุ่มบริษัท EP ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

องค์ประกอบ
1. คณะกรรมการของ EP  และ/หรือ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ EP เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 คนเพื่อทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบ โดยกรรมการอิสระทุกคนต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือข้อกำหนดกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง 
2. กรรมการตรวจสอบ อย่างน้อย 1 คน ต้องมีความรู้ ความเข้าใจหรือมีประสบการณ์ด้านการบัญชีหรือการเงินอย่างเพียงพอและเหมาะสมที่จะสามารถทำหน้าที่สอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของ EP และบริษัทย่อยได้ โดยกรรมการตรวจสอบท่านดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาความรู้ด้านบัญชีและการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำหน้าที่สอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. คณะกรรมการของ EP  เป็นผู้คัดเลือกสมาชิกคณะกรรมการตรวจสอบ 1 คน ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตรวจสอบ
4. เมื่อกรรมการตรวจสอบครบวาระการดำรงตำแหน่ง หรือมีเหตุอื่นใดที่ทำให้กรรมการตรวจสอบไม่สามารถดำรงตำแหน่งอยู่ได้จนครบวาระ และมีผลทำให้จำนวนสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบมีน้อยกว่าจำนวนขั้นต่ำที่กำหนดคือ 3 คน คณะกรรมการของ EP และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น จะแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบรายใหม่ให้ครบจำนวนตามที่กำหนด อย่างช้าภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่จำนวนสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบไม่ครบถ้วนตามกฏเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
5. กำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบมีเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบหนึ่งคน เพื่อช่วยสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ เกี่ยวกับการนัดหมายการประชุม การจัดเตรียมวาระการประชุม การนำส่งเอกสารการประกอบวาระประชุม รวมถึงการบันทึกและจัดทำรายงานการประชุม

วาระการดำรงตำแหน่ง
1. กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และเมื่อครบกำหนดออกตามวาระ กรรมการตรวจสอบที่พ้นตำแหน่ตามวาระ อาจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกได้ ตามที่คณะกรรมการของ EP เห็นสมควร และเป็นไปตามข้อกำหนดและกฏเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 
2. กรรมการตรวจสอบจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อ:
        1. ครบกำหนดออกตามวาระ
        2. เสียชีวิต
        3. พ้นจากการเป็นกรรมการของ EP
        4. ลาออก
        5. ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการตรวจสอบตามข้อบังคับนี้ และ / หรือตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
        6. คณะกรรมการของ EP มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

คุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบ
กรรมการตรวจสอบของ EP ทุกท่าน ต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยกรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
       1) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละหนึ่ง (1) ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ทั้งนี้ ได้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการตรวจสอบรายนั้น ๆ ด้วย
       2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของ EP เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.  ทั้งนี้ ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการตรวจสอบเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษาของส่วนราชการที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP
      3) ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดา มารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP หรือบริษัทย่อย
      4) ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
     5) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของ EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของ EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP สังกัดอยู่  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
     6) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจาก EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP รวมทั้งไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
     7) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของ EP  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 
     8) ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของ EP หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
     9) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของ EP และบริษัทย่อย
    10) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของ EP บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของ EP
    11) ไม่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลำดับเดียวกัน เฉพาะที่เป็นบริษัทจดทะเบียน

หน้าที่และความรับผิดชอบ
     1. สอบทานให้ EP มีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
     2. สอบทานให้ EP มีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และระบบการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
     3. สอบทานให้ EP ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ 
     4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของ EP และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชี โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
     5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน รายการได้มา / จำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญ และรายการอื่นใดที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อ EP 
    6. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของ EP ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบและต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้:
         ก. ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของ EP
         ข. ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของ EP 
         ค. ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ EP
         ง. ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชีของ EP 
         จ. ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของ EP 
         ฉ. จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
         ช. ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร(charter)
         ซ. รายการอื่นใดที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของ EP
   7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของ EP  มอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
   8. ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ  EP ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการของ EP เพื่อดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร
         (1) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
         (2) การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
         (3) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ EP
หากคณะกรรมการของ EP หรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาตามวรรคหนึ่ง กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำตามวรรคหนึ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ
       คณะกรรมการตรวจสอบมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการของ EP ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของ EP ในขณะที่คณะกรรมการของ EP ยังคงมีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของ EP ต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย
 การประชุม
        1. องค์ประชุม
         กรรมการตรวจสอบมาประชุมร่วมกันอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการตรวจสอบทั้งคณะ
        2. วาระการประชุม
         เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่จัดทำหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ โดยการประชุมแต่ละครั้งจะมีการกำหนดวัน เวลา สถานที่และวาระการประชุมอย่างชัดเจน และจัดส่งเอกสารประกอบวาระการประชุมให้คณะกรรมการตรวจสอบและผู้เข้าร่วมประชุมได้ศึกษาและพิจารณาเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบและผู้เข้าร่วมประชุมได้มีเวลาในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุม หรือเรียกขอข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมด้วยระยะเวลาที่เพียงพอและเหมาะสม   
        3. จำนวนครั้งการประชุม
         คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง แล้วแต่สถานการณ์และความจำเป็น เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
        4. ผู้เข้าร่วมประชุม
        คณะกรรมการตรวจสอบอาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัทฯ รวมถึงที่ปรึกษาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของ EP เข้าร่วมประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และอาจเชิญกรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ตามความจำเป็น เพื่อตอบข้อซักถามและให้ข้อมูล
        5. การลงคะแนนเสียง
        มติที่ประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบจะถือตามเสียงข้างมากของกรรมการตรวจสอบที่เข้าร่วมประชุม
        6. รายงานการประชุม
        กำหนดให้มีการจัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทุกครั้งที่มีการประชุม โดยเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบจะทำหน้าที่เป็นผู้จดบันทึกและจัดทำรายงานการประชุม และรายงานการประชุมดังกล่าวจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบในครั้งถัดไปทุกครั้ง ก่อนลงนามรับรองโดยประธานกรรมการตรวจสอบ 
การรายงาน
    คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการรายงานกิจกรรมของคณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ หน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของ EP อันประกอบด้วย
1. การรายงานต่อคณะกรรมการของ EP
       1. รายงานกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำเป็นประจำ เพื่อให้คณะกรรมการของ EP ได้รับทราบถึงกิจกรรมของคณะกรรมการตรวจสอบ เช่น
             •  รายงานเกี่ยวกับความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบต่อรายงานทางการเงิน การควบคุมภายใน รายงานการตรวจสอบภายใน รวมถึงข้อสังเกตของผู้สอบบัญชีและผู้ตรวจสอบภายใน
             •  รายงานอื่นใดที่เห็นว่าคณะกรรมการของ EP ควรพิจารณาและรับทราบ
       2. รายงานประเด็นที่มีนัยสำคัญที่ตรวจพบในทันที เพื่อคณะกรรมการของ EP จะได้หาแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา
             •  รายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
             •  การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติ หรือมีความบกพร่องสำคัญในระบบการจัดทำและเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและระบบการควบคุมภายใน
             •  การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงาน ก.ล.ต. หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ 
             •  รายงานอื่นใดที่เห็นว่าคณะกรรมการของ EP ควรพิจารณาและรับทราบ

2. การรายงานต่อหน่วยงานทางการ
หากคณะกรรมการตรวจสอบได้รายงานต่อคณะกรรมการของ EP ถึงสิ่งที่อาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ EP และได้มีการหารือร่วมกันกับคณะกรรมการของ EP และผู้บริหารแล้วว่าต้องรีบดำเนินการปรับปรุงแก้ไขประเด็นดังกล่าว เมื่อครบกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ร่วมกัน หากคณะกรรมการตรวจสอบพบว่ายังมีการเพิกเฉยต่อการดำเนินการแก้ไขประเด็นดังกล่าวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรรมการตรวจสอบท่านใดท่านหนึ่งหรือคณะกรรมการตรวจสอบทั้งคณะอาจรายงานสิ่งที่พบดังกล่าวต่อสำนักงานก.ล.ต. หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แล้วแต่กรณี

3. การรายงานต่อผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้อง
รายงานกิจกรรมที่ทำระหว่างปี ตามหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการของ EP ซึ่งรายงานดังกล่าวจะลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบ และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ 

การประเมินผล
คณะกรรมการตรวจสอบจะจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ  ด้วยการจัดทำแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการตรวจสอบ หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม เพื่อนำผลการประเมินมาพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้